ฝันร้ายของแม่

posted on 07 Dec 2009 21:21 by keng-05

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาตอนตีสี่ กระชากฉันขึ้นจากภาวะที่ครึ่งฝันครึ่งตื่น

ใจหายวูบ... เมื่อเห็นเป็นเบอร์ของทางบ้าน "แม่โทรมาทำไมแต่เช้าตรู่?"

 

นี่เป็นครั้งที่สองที่แม่โทรมาแต่เช้าแบบนี้ นับตั้งแต่คราวนั้น...เช้าวันนั้น

เวลาไล่เลี่ยประมาณตีสี่แบบนี้ ที่แม่โทรมาบอกข่าวร้ายว่า...ยายได้จากพวกเราไปแล้ว.....

ยิ่งคิดถึงเสียงโทรศัพท์ในวันนั้น ยิ่งทำให้ฉันใจคอไม่ค่อยดี

ไฟหน้าจอกระพริบอยู่นานจนเสียงเรียกเข้าดับไปแล้ว

ฉันตั้งสติครู่อยู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์กดเบอร์กลับไปหาแม่

 

แม่รับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ

ดูเหมือนแม่พยายามทำน้ำเสียงให้มันราบเรียบกว่าวันอื่นๆด้วยซ้ำ

บางทีแม่อาจจะกลัวฉันตกใจกับข่าวร้ายที่กำลังจะบอกก็ได้....ฉันคิดอยู่ในใจ และรอให้แม่พูดต่อ

ไม่มีข่าวร้ายใดๆ หลุดจากปากแม่ต่อมา นอกจากคำถามที่ว่า

"วันนี้ทำงานมั้ย แม่อยากให้เราไปทำบุญ"

ฉันถามกลับไปว่าทำไมเหรอ..... แม่เริ่มตอบด้วยน้ำเสียงเครือๆว่า ..."แม่ฝันร้าย"

 

แม่ฝันว่าแม่ทำสร้อยคอขาด คนโบราณเขาบอกว่าไม่ดี สร้อยคอเปรียบประหนึ่งลูกชาย

แม่กลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับสร้อยคอเส้นเดียวของแม่

ความฝันช่างไปกับคล้องกับความจริงที่ว่า....

วันนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่จะเดินทางไปราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้พอดี

บางทีแม่อาจจะเป็นห่วงพี่จนคิดมากเก็บเอาไปฝันก็ได้

ฉันอยากบอกแม่แบบนั้น แต่ก็ได้แต่เงียบไว้เพราะรู้ว่าแม่เชื่อในลางสังหรณ์ของแม่เสมอ

 

แม่บอกว่าเช้านี้จะพาพี่ไปหาหลวงตาก่อนออกเดินทาง ไปให้หลวงตาพรมน้ำมนต์ให้เป็นสิริมงคล

เอาสายสิญจน์ผูกข้อมือไปสักเส้นก็ยังดี แกจะเอามาเผื่อฉันด้วยสักเส้นหนึ่ง

บอกว่าฉันอายุจะย่างเข้าวัยเบญจเพสแล้ว เอาไว้กันเภทภัยเข้าหาตัว

แล้วแม่ก็เริ่มเล่าย้อนไปถึงอภินิหารของสายสิญจน์ของหลวงตา

ครั้งที่ช่วยพี่ให้รอดพ้นจากถูกรถสิบล้อเหยียบเมื่อวัยเยาว์

 

แม่ชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังเสมอๆ ตั้งแต่เด็กจนโต จนฉันจำเรื่องนี้ได้ขึ้นใจ

แม้จะไม่ค่อยอยากฟังนัก แต่ฉันก็ไม่อยากขัดศรัทธา

ฉันปล่อยให้แม่พูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสายสิญจน์ของหลวงตาอีกสักครู่หนึ่งจนจบ

 ก่อนแม่จะวางสายแกกำชับฉันอีกครั้งว่าตอนไปทำบุญอย่าลืมกรวดน้ำให้ยายด้วย

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่ฝันร้ายยามที่พี่ต้องเดินทางไปชายแดนภาคใต้

จนพี่ชายเปรยๆว่าอยากจะลาออกจากทหาร แม่จะหลับฝันดีเสียที

แต่แม่ก็ไม่ยอมให้ลาออก การมีลูกชายหนึ่งคนเป็นทหารรับใช้ชาติ

เป็นความภาคภูมิใจของแม่ .... เหมือนที่แม่เคยภาคภูมิในเครื่องแบบทหารของตา

 

แม่ศรัทราในอาชีพทหารพอๆกับศรัทธาในความศักสิทธิ์ของหลวงตา

ฉันไม่เคยห้ามแม่ แม้พ่อจะชอบว่าแม่งมงายเหมือนยายก็ตาม

บางทีคงจะมีแต่คนที่เคยเป็นแม่เท่านั้นที่เข้าใจ...ว่าแม่ไม่ได้ทำผิดอะไร

ก็แค่แม่คนหนึ่งที่อยากให้ลูกชายชาติทหารของแม่ปลอดภัย

ไม่ใช่กลับมาเพียงผืนธงชาติที่คลุมร่าง!

 .......................... 

แด่...พี่ชายท.ทหาร อดทน